August 17, 2008

Theme: AWAY IN A MANGER

ข้อเขียนของ ศุภาศิริ สุพรรณเภสัช จากนิตยสาร พลอยแกมเพชร

AWAY IN A MANGER

                        ทำนอง: James Ramsey Murray เนื้อร้อง: ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง

                         (ประมาณ ค.ศ. ๑๘๘๕-๑๘๘๗)

 

  

 

Away in a manger, no crib for a bed,

The little Lord Jesus laid down His sweet head.

The stars in the bright sky looked down where He lay.

The little Lord Jesus asleep on the hay.

 

The cattle are lowing, the Baby awakes,

But little Lord Jesus no crying He makes.

I love Thee, Lord Jesus, look down from the sky,

And stay by my cradle till morning nigh.

 

Be near me, Lord Jesus, I ask Thee to stay

Close to me forever and love me I pray.

Bless all the dear children in Thy tender care,

And take us to heaven to live with Thee there.

 

 

Ó Public Domain

 

    ปีนี้ขอเริ่มเพลงคริสตมาสเร็วกว่าปกติสักหน่อย

เอาอย่างห้างสรรพสินค้าในบ้านเรา ซึ่งเร่งวันเร่งคืน เพื่อที่จะได้กระตุ้นให้คนรีบซื้อของขวัญกันเนิ่นๆ หรือเพิ่มเวลาให้ได้เสียเงินนานๆ

มีเพลงคริสตมาสไว้ จะได้ร้องหรือฮัมตามเวลาไปเดินตามห้าง…ดีกว่าอยู่เปล่าๆ

 

เริ่มกันในโรงนาที่พระเยซูประสูติ

เชื่อกันมานับร้อยปีว่า ทำนองเพลง Away in a Manger นี้ แต่งโดยท่าน Martin Luther นักบวชชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งนิกายโปรเตสแตนต์ หนึ่งในนิกายใหญ่ของศาสนาคริสต์

แม้จะเป็นนักบวช แต่ท่านมาร์ติน ลูเธอร์ กลับมีความเชื่อว่า หากมนุษย์กระทำคุณงามความดีและมีศรัทธามั่นคงในพระเจ้าแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยพวกนักบวชเป็น คนกลาง ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า (Justification by grace, through faith.)

ทั้งนี้เพราะท่านมาร์ตินมีความไม่พอใจนักบวชที่พยายามทำให้ คนงมงาย-พระจะได้ขายบุญซึ่งแพร่หลายอยู่ในช่วงเวลานั้น

 เสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ว่าท่านมาร์ตินเป็นผู้ประพันธ์ทำนองเพลงคริสตมาสอันไพเราะนี้ ทำให้ Away in a Manger มีค่ายิ่งขึ้นอีกในหัวใจของผู้นับถือท่านมาร์ติน ถึงกับเรียกกันว่าเป็น “Luther’s Cradle Hymn” ซึ่งมีความหมายทำนองว่าเป็นเพลงสวดซึ่ง(มาร์ติน)ลูเธอร์แต่งขึ้น เพื่อ(กล่อม)ทารกในอู่หรือในเปล

แต่เวลาผ่านไปนานเข้า ความจริงก็เผยออกมาว่า ทำนองเพลง Away in a Manger เป็นฝีมือของคุณ James Ramsey Murray เพราะมีผู้ไปพบบทเพลงนี้ในหนังสือเพลงสำหรับเด็ก (Dainty Songs for Lads and Lasses) ซึ่งตีพิมพ์ในเมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ ในปีค.ศ. ๑๘๘๗

ว่ากันว่า ตัวคุณเจมส์ แรมซี เมอร์เรย์ นี่เองละ ที่เป็นคนกระพือข่าวลือเรื่องเพลงนี้แต่งโดยท่านมาร์ติน ลูเธอร์

กว่าความจริงจะปรากฏขึ้นมา ตัวคุณเจมส์แกก็จากโลกนี้ไปแล้ว จึงไม่อาจถามได้ว่า ที่ออกข่าวไปเช่นนี้ เพราะท่านมาร์ตินมาเข้าฝันบอกเพลง หรือว่ากลัวเพลงจะไม่ขลัง เลยหาทางลัดให้เพลงดังเร็วๆ

หากเป็นประการหลังก็น่าเสียดายแทนคุณเจมส์อยู่ไม่น้อย เพราะโดยความจริง Away in a Manger นั้นไพเราะมากในตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าใครจะแต่งก็คงตรึงใจคนฟังได้เท่ากัน คุณเจมส์เก็บชื่อเสียงไว้เองดีกว่าไปยกความดังให้ท่านมาร์ตินซึ่งก็คงไม่อยากนึกจะฮุบผลงานใครมาเป็นของท่านแน่นอน

 

สำหรับเนื้อร้องของ Away in a Manger นั้น สองส่วนแรกของเพลง มาจากหนังสือสำหรับเด็กชื่อ Little Children’s Book for Schools and Families ซึ่งนักเทศน์ของโปรเตสแตนท์จัดพิมพ์ขึ้นในค.ศ. ๑๘๘๕ หรือสองปีก่อนที่คุณเจมส์จะนำมาใส่ทำนอง

เนื้อร้องที่เป็นบทกลอนสำหรับเด็กนี้ กล่าวถึงพระเยซูเมื่อครั้งเป็นทารกน้อยที่ต้องนอนในรางหญ้า

หลายคนคงนึกภาพที่เห็นประจำในช่วงคริสตมาสออก ภาพของพระแม่มารีและโจเซฟผู้สามี กับบุตรชายน้อยซึ่งอยู่ในรางหญ้า บางครั้งก็มีเมจาย(ปราชญ์)สามคนกำลังนำของขวัญมาถวาย นอกจากนั้นก็มักจะมีเด็กเลี้ยงแกะอยู่ด้วย

ในพระคัมภีร์ไบเบิล มารีหรือที่ชาวคริสต์เรียกว่าพระแม่มารีเป็นสตรีชาวอิสราเอล ภรรยาของช่างไม้ชื่อโจเซฟ

โจเซฟต้องพามารีซึ่งครรภ์แก่ เดินทางกลับภูมิลำนำเดิม ตามคำสั่งของจักรพรรดิโรมัน ที่ต้องการทำสำมะโนประชากรของชาติใต้การปกครองทั้งหมด

เมื่อถึงเมืองเบธเลเฮมไม่อาจหาที่พักได้ เพราะโรงเตี๊ยมต่างๆล้วนไม่มีห้องว่างเลย แต่มีชาวนาอารีให้พักแรมในโรงนา พระเยซูจึงได้ประสูติ ณ โรงนาแห่งนั้น มีรางหญ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของชาวนาแทนอู่หรือเปล

นอกจากเนื้อเพลง Away in a Manger จะกล่าวถึงพระเยซูแล้ว ยังวอนขอให้ท่านช่วยปกปักรักษาบรรดาทารกน้อยในเปลตลอดคืน และตลอดไป ตราบจนกว่าจะถึงเวลาได้เฝ้าพระองค์ในสวรรค์

การที่ พระบุตรของพระเจ้าทรงมีกำเนิดท่ามกลางสถานที่ต่ำต้อย เป็นเครื่องเตือนใจคนทั่วไป ไม่ให้ยึดติดกับความมั่งมี ทรัพย์สินเงินทอง หรือความฟุ่มเฟือยทั้งมวล

ดังนี้การฉลองคริสตมาส จึงน่าจะยึดถือความเรียบง่าย ความสงบ และสันติสุข รวมไปถึงความอารีต่อเพื่อนมนุษย์เช่นชาวนาซึ่งให้ที่พักแรม มากกว่าเป็นเทศกาลใช้จ่ายอย่างไม่ยั้งมือ

ปีนี้ลองคิดใหม่ให้เหมือนเก่า คือคิดถึงความหมายที่แท้จริงและลึกซึ้งของเทศกาลคริสตมาส คงจะดีไม่น้อย

 

 

 

 

 

June 6, 2008

Theme: Only Love-Trademark

Only Love-Trademark

Two a.m. and the rain is falling
Here we are at the crossroads once again
You’re telling me you’re so confused
You can’t make up your mind
Is this meant to be
You’re asking me

But only love can say
Try again or walk away
But I believe for you and me
The sun will shine one day
So I’ll just play my part
And pray you’ll have a change of heart
But I can’t make you see it through
That something only love can do

In your arms as the dawn is breaking
Face to face and a thousand miles apart
I’ve tried my best to make you see
There’s hope beyond the pain
If we give enough, if we learn to trust

But only love can say
Try again or walk away
But I believe for you and me
The sun will shine one day
So I’ll just play my part
And pray you’ll have a change of heart
But I can’t make you see it through
That something only love can do

I know if I could find the words
To touch you deep inside
You’d give my dream just one more chance
Don’t let this be our last good-bye

But only love can say
Try again or walk away
But I believe for you and me
The sun will shine one day
So I’ll just play my part
And pray you’ll have a change of heart
But I can’t make you see it through
That something only love can do
That something only love can do…

Theme: Hello world!

Posted in Uncategorized | |

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!